บริเวณภาคกลางของประเทศไทย ปกคลุมด้วยชั้นดินเกิดเป็นที่ราบลุ่มในแอ่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นดินตะกอนเกิดจากการสะสมตัวของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีอายุการทำงานมานานมาก ที่ราบลุ่มนี้มีเทือกเขาและภูเขาล้อมรอบทั้ง 3 ด้าน ด้านตะวันตกถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาตะนาวศรี ด้านทิศเหนือถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาและที่ราบสูงภาคเหนือ ด้านตะวันออกถูกล้อมรอบด้วยที่ราบสูงโคราช ที่ราบลุ่มที่มีความยาวประมาณ 450 กิโลเมตร ทิศเหนือจรกจังหวัดอุตรดิตถ์ ทิศใต้จรดอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ ความกว้างตามแนวทิศตะวันตก-ทิศตะวันออก ช่วงความกว้างที่สุดอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการมีความกว้างประมาณ 250 กิโลเมตร ความกว้างน้อยที่สุดอยู่ที่จังหวัดชัยนาถมีความกว้างประมาณ 50 กิโลเมตร

แม่น้ำเจ้าพระยา

การเกิดตะกอนในที่ราบนี้ สันนิษฐานว่าเกิดมานานนับสิบล้านปีในช่วงสมัยโอซีนซึ่งต่อมามีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลอยู่หลายครั้ง ในขณะที่น้ำทะเลขึ้นสูงเม็ดตะกอนขนาดเล็กเท่าเม็ดดินเหนียว จะมีโอกาสตกตะกอน เมื่อน้ำทะเลลดลง โดยมีการสะสมดินตะกอนในแอ่งรูปประทุนหงายหรือซินไคล์น

จากหลักฐานทางธรนีวิทยาพบว่าการเปลี่ยนแปลงของชั้นดินบริเวณแอ่งแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งหลังสุดอยู่ในช่วงตอนปลายสมัยไพลสโตซีน จนถึงสมัยปัจจุบัน คือสรุปคร่าวๆประมาณ 10 ,000 ปี ซึ่งหลักฐานประกอบในการพิจารณา คือ การพบสมอเรือเดินทะเลที่อยุธยา หรือตามภูเขาสูงๆที่พบเปลือกหอยฝังในหิน นอกจากนี้ในปี 2533 ยังพบเปลือกหอยจำนวนมากอยู่ใต้ระดับดินลึก 8 เมตร ที่วัดเจดีย์หอย อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี

สภาพภูมิประเทศที่เกิดจากการสะสมตัวนี้มีระดับลดต่ำจากทิศเหนือจรดทิศใต้ ขอบบนของที่ราบลุ่มบริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์วัดได้ประมาณ 40 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ส่วนที่จังหวัดนครสวรรค์วัดได้ประมาณ 25 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลที่จังหวัดชัยนาถที่ถือเป็นปลายยอดของดินดอนสามเหลี่ยมวัดได้ประมาณ 18 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และจังหวัดอยุธยาวัดได้ 40เมตร เหนือระดับน้ำทะเลและที่กรุงเทพมหานครฯระดับถนนโดยเฉลี่ยวัดได้ 15 เมตร เหนือระกับน้ำทะเลแต่ในปัจจุบันนั้น จากข้อมูลอย่างไม่ทางการเป็นระดับที่อยู่ต่ำกว่านี้โดยปางจุดอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล

ผลการเจาะสำรวจชั้นหินดานส่วนใหญ่ กระทำในที่ราบลุ่มตอนล่าง พบว่าชั้นหินดาน(หินชนวน สลับกับ หินควอร์ตไซต์) อยู่ลึกจากผิวดินไม่สม่ำเสมอ ที่ปลายดินดอนสามเหลี่ยมจังหวัดชัยนาทความลึกของผิวดินของชั้นหินดานประมาณ 70 เมตร  ต่อมาจะมีระดับความลึกมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจาะสำรวจมาทางทิศใต้(จังหวัด อยุธยา) บางแห่งอยู่งึกประมาณ 430 เมตร และในเขต กทม.หินดินดานอยู่ลึกกว่านี้

ดินที่วางทับบนหินดานที่ราบลุ่มแอ่งแม่น้ำเจ้าพระยานี้เป็นตะกอนที่อัดแน่นของดินเหนียว ทราย กรวดเป็นชั้นๆ ชั้นดินถัดมาที่มีอายุอ่อนกว่า ได้แก่ชั้นดินเหนียวอัดแน่น ส่วนตอนบนเป็นดินตะกอนเนื้อนิ่มในทะเลแทรกตัวหรือวางทับบนชั้นดินเหนียวอัดแน่น ชั้นดินที่อยู่ตอนบนสุดและอายุอ่อนสุดคือ ชั้นดินตะกอนบนพื้นดิน

ส่วนชั้นดินที่อยู่เหนือสุดใกล้ปากอ่าวไทยมีความหนาประมาณ 15-20 เมตรจากผิวดิน ชั้นดินนี้เป็นชั้นดินเหนียวนิ่ม ของชุด soft clay เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลปกคลุมอ่าวไทยบริเวณภาคกลางตั้งแต่จังหวัดชลบุรีไปจนถึงจังหวัดราชบุรี และขึ้นไปทางเหนือถึงจังหวัดอยุธยา อายุชั้นดินนี้ไม่เกิน 10,000 ปี ดินยังอยู่ในสภาพนิ่มถึงนิ่มมาก พร้อมที่จะไหลหรือยุบตัวได้เมื่อมีแรงมากระทำส่วนในเนื้อดินซึ่งมีปริมาณของน้ำที่ปนอยู่ในอัตราส่วนที่สูงมาก การทรุดตัวจึงไม่เกิดทันทีทั้งหมดโดยจะทรุดตัวเป็นระยะเวลานับเป็นปีขึ้นไปจึงเป็นชั้นดินที่สร้างปัญหาให้กับวิศวกรในปัจจุบัน

และที่น่าสังเกตว่าระดับของแอ่งดินเจ้าพะยา จะค่อยๆลดระดับจากทิศเหนือมาทางทิศใต้ อนุภาคตะกอนจากการกระทำของแม่น้ำในที่ราบลุ่มตอนล่างจะเป็นสารคอลลอยด์และดินเหนียวกับดินทรายแป้ง ในช่วงน้ำท่วนในแต่ละปีแม่น้ำเจ้าพระยาจะพัดพาตะกอนจำนวนมหาศาลมาปากอ่าว มีผลทำให้อ่าวไทยตื้นขึ้นทุกปี และบริเวณชายฝั่งก็เป็นโคลนเลน ปัญหาของตะกอนสะสมบริเวณปากดินดอนสามเหลี่ยม ก็เป็นสิ่งที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยต้องทำการแก้ไขอยู่ตลอดโดยการดำเนินการขุดลอกปากอ่าว เพื่อให้การเดินเรือสะดวกมากขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *