เปลี่ยนใหม่ หรือ รีบอร์นชิพ วิธีงานซ่อมโน๊ตบุ๊ค ของช่างสมัยใหม่

2
ยุคทองของเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ จนทำให้ยุคของอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตขนาดใหญ่มีปริมาณการใช้ลดลง ซึ่งก็์คือ NOTE BOOK และ COMPUTER PC แต่ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นของคนทำงานส่วนมากที่ยังต้องใช้อุปกรณ์เหล่านี้อยู่ แต่ในด้านของผู้ประกอบการนั้นที่ให้บริการปรับปรุง และ ซ่อมแซมในสมัยนี้การซ่อมคอมนั้นไม่ใช่เรื่องยากในการเรียนและศึกษาค้นคว้า เพราะในสมัยนี้มีคลิปสอนตาม youtube facebook หรือการสอนฟรีออนไลน์นั้นมีมากมายสามารถศึกษาเริ่มต้นได้ด้วยตนเอง อีกทั้งค่าเรียนหากต้องการเข้าคอร์สการเรียนราคาไม่ได้แพงเลยซักนิด จึงทำให้มีช่างซ่อมเกิดขึ้นมากมายสวนทางกับปริมาณความต้องการใช้ หากเทียบไปซักประมาณ 4-5 ปีก่อนหน้านี้ขึ้นไป อาชีพช่างซ่อมโน๊คบุ๊ค พีซี เป็นอาชีพที่ดีมาก ค่าซ่อมจริงๆ เป็นค่าแรงล้วนๆ หากต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์บางส่วนจะมีค่าสินค้าตามราคาขายซึ่งในราคาขายก็มีกำไรอยู่ในส่วนนั้นด้วย บวกค่าแรงลงไปจึงถือว่าเป็นธุรกิจที่ดีมาก ในช่วง 5 ปีที่แล้ว คิดคร่าวๆว่าร้านซ่อมร้านหนึ่งลูกค้าตกวันละ 10 คน หรือมากกว่านั้นในร้าน ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทรับซ่อมขนาดใหญ่ ค่าซ่อมตัวตัวก็ไม่ใช่ว่าถูกตกกำไรตัวละ 500 บาท เป็นอย่างต่ำ จึงเป็นอาชีพที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล แต่ด้วยเหตุผลนี้ เมื่อกลายเป็นอาชีพที่ทำกำไรดีก็ย่อมมีกระแสเกิดขึ้นในโลกธุรกิจนั้น คนจำนวนมากจึงหันมาทำธุรกิจนี้กันมากขึ้นเนื่องจากไม่ต้องมีการลงทุนอะไรมาก เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของผู้ประกอบธุรกิจหรือช่างซ่อมจึงเกิดการแข่งขันเกิดขึ้น เมื่อคนหันมาสนใจอาชีพนี้ และเมื่อมาถึงจุดๆหนึ่งเมื่อความต้องการในด้านอุปโภคของโน๊ตบุ๊คลดลงการใช้ลดน้อยลง ทำให้ปริมาณงานซ่อมลดลงด้วยเช่นกัน มีผลทำให้การทวีความรุ่นแรงของการแข่งขันสูงขึ้นตามไปด้วย ในการแข่งขันแย่งลูกค้าในด้านของราคา เมื่อมีการต่อรองราคาจนได้ราคาที่ถูกใจก็มักจะมีข้อแตกต่าง 2 ด้านกับผู้ที่ใช้บริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือหากได้ช่างดี ซื่อสัตย์ งานของท่านจะออกมาดี แต่ถ้าเจอช่างที่ไม่ดีงานของท่านจะออกมาดีแค่ใน 2-3 วันแรกเท่านั้น สิ่งที่อยากเตือนท่านให้ระวังคือในเรื่องของงานซ่อม ยกตัวอย่างง่ายๆที่หลายคนเจอคือ การเปลี่ยนชิพการ์ดจอ คือในกรณีชิพโน๊คบุ๊คเกิดการช็อค หรือเมนบอร์ดพังจนส่งผลเสียหายมาถึงตัวชิพ ซึ่งเป็นหัวใจหลักการทำงานของโน๊ตบุ๊ค หากท่านไปร้านซ่อม ช่างสมัยนี้มักจะถามท่านว่า จะเปลี่ยนชิพหรือจะซ่อม ความหมายของซ่อมคือ ซ่อมชิพการ์ดจอหรือพูดง่ายๆคือการรีบอร์นคือเอาของเสียมาทำใหม่ให้กลายเป็นของที่ใช้ได้ซึ่งราคาจะแตกต่างกันมากมาย การเปลี่ยนชิพคือเอาชิพตัวใหม่มาวางบนบอร์ด ราคาจะอยู่ที่ 3,000 – 4,500บาท หากราคาอยู่ต่ำกว่านี้ให้ควรระวังเป็นอย่างดี ว่าท่านอาจจะโดนรีบอร์นชิพมากกว่าการเปลี่ยน ซึ่งราคารีบอร์นชิฟ ราคาจะอยู่ที่700-1500 บาท และที่สำคัญราคานี้เป็นราคาค่าแรงล้วนๆ  ซึ่งในการกล่าวถึงของเราคือการรีบอร์น ท่านจะรู้ได้ยังไงว่าท่านตกลงทำการเปลี่ยนชิพและช่างทำการเปลี่ยนชิพให้ท่านใหม่ เพราะชิปที่เสียของท่านสามารถเอามารีบอร์นขาชิปเพื่อให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง คือท่านไม่สามารถดูออกได้เลย ทางที่ดีเลือกร้านที่น่าเชื่อถือไว้ใจไว้เผื่อเครื่องเสียหายในระยะเวลาการประกัน หากย้อนถามว่าทำไมช่างต้องรีบอร์น คำตอบหลายท่านน่าจะรู้อยู่แก่ใจโดยไม่ต้องตอบคือ ประหยัดงบค่าใช้จ่าย เพราะชิพบางตัวเฉพาะต้นทุนมาก็ 800 บางตัว 1800 ก็ยังมีโดยจะเป็นตัวที่หายากๆ หากยากมากมากราคาเฉพาะทุนอาจขึ้นถึง 2000 อัพก็เป็นได้ การรีบอนด์จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีที่สุดสำหรับช่างซ่อม เพราะเป็นการไม่ต้องลงทุนอะไรเลย มีแต่ค่าแรงล้วนๆ แต่ไม่ส่งผลดีกับเราเลยแม้แต่นิด และเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดเฉพาะในวงการนี้เท่านั้น อาจเกิดกับงานซ่อมชนิดอื่นๆได้อีกเช่นกัน

นายลีกวนยู อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร ได้เสียชีวิตลงแล้ว

ผู้ที่สร้างความเจริญรุ่งเรือง รวมทั้งพัฒนาให้ประเทศสิงคโปร ยังเป็นที่เคราพนับถืออย่างกว้างขวาง จะทั้งคนในประเทศ และ ต่างประเทศ และ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตลอด 31 ปี นาย ลี กวน ยิว (Lee Kuan Yew) ได้เสียชีวิตลงด้วยอายุ 91 ปี ลงในวันที่ 23 มีนาคม 2558 ซึ่งเกิดมาจากอาการโรคปอดบวม และ ปอดติดเชื้อรุนแรง ซึ่งได้เข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาลมาหลายสัปดาห์แล้ว โดยงานศพจะมีการจัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2558 ซึ่งจะมีการไว้อาลัย 1 อาทิตย์ และ ประเทศสิงคโปร ได้มีการลดธงครี่งเสา นายลีกวนยู เป็นบุคคลสำคัญของประเทศสิงคโปร เขานำพาสิงคโปรต่อสู้เพื่อเอกราช และ ชาวสิงคโปรมีความภาคภูมิใจ ในสิ่งที่เขาได้เคยทำอาจจะไม่มีใครสามารถเทียบเคียงเขาอีกเขาได้ก่อตั้งพรรคการเมืองชื่อ The People’s Action Party (PAP) ซึ่งได้เป็นรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 1959 และได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ซึ่งต่อมาประเทศสิงคโปรได้มีประวัติการแยกตัวออกจากประเทศมาเลเซีย ในปี 1965 (หรือ พ.ศ. 2508) และ จากคำพูดการให้สัมภาษณ์ของนายลี กวน ยิว กับ นิตยสาร นิวยอร์กไทม์ส เมื่อปี 2007 “We hnew that if we were just like our neighbours, we would die. We had to produce something which is different and better than what they have.” ซึ่งแปลได้ว่า “เรารู้ว่าถ้าเราทำอะไรเหมือนๆ เพื่อนบ้านของเรา เราจะตาย ดังนั้นเราต้องทำบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่าง และ ดีกว่าที่พวกเขามี” ซึ่งจากประเทศเล็กๆ อีกทั้งยังไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องสร้างรูปแบบทางเศรษฐกิจ และ ทำการค้าการตลาดใหม่ จากการนำพาประเทศของเขา เขาได้พัฒนาการสร้างแรงงาน การศึกษา การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ให้กับประเทศ การเรียกการลงทุนจากต่างประเทศ และ เปิดประเทศให้เป็นศูนย์กลางการผลิต ศูนย์กลางการเงินที่สำคัญ

Lee Kuan Yew

โดยตามขอบรั้ว ขอบนอกของโรงพยาบาล The city-state’s main hospital ได้มีผู้คนนำดอกไม้มาวางไว้ เพื่อไว้อาลัย พร้อมทั้งมีผู้คนร้องไห้ และ แสดงความเสียใจ รวมถึง ผู้เฒ่า ผู้แก่ ก็ได้มาแสดงความเสียใจ เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังมีหลายความเหตุ จากการปกครองของเขา ที่ได้ครอบงำสิงคโปร และดำเนินนโยบายหลายๆ อย่างด้วยมาตรการต่างๆ การปราบปราม การกำหนดอย่างเคร่งครัด และ เข้มงวด และมีบทลงโทษทันที แต่ก็มีประชาชนจำนวนมากที่ประทับใจในผลงานของเขา และมั่นใจในการให้อำนาจการปกครองที่เด็ดขาดแก่เขา ซึ่ง ในช่วงนี้ ไม่มีใครแน่ใจ ว่าทิศทางของประเทศสิงคโปรจะเป็นอย่างไรเมื่อไม่มีเขาแล้ว